尊师重道的泰国人 你了解他们的“拜师节”吗?
泰国人想来以讲礼貌而著称,就算是陌生人也经常会报以温暖的微笑,那就别说是恩重如山的老师了,他们会有专门向老师表达感谢的拜师节,不知道大家有没有听过,今天我们就来带大家认识一下这个泰国人非常重视的节日吧!

พิธีไหว้ครูถือได้ว่า เป็นประเพณีดีงามซึ่งมีหลายอย่าง หลายแบบไม่เหมือนกัน เช่นครูทางช่างทำอย่างหนึ่ง ทางโขนละครทำอีกอย่างหนึ่ง และทางอักขระสมัยก็มีพิธีไปอีกอย่างหนึ่งเป็นต้น
拜师节仪式是一种美好的习俗,并且有多种多样不同的形式,技术方面的老师有一种形式,孔剧表演的老师也有自己的形式,文学的老师又有不同的形式。
แต่พิธีไหว้ครูทุกประเภทจะทำในวันพฤหัสบดีเหมือนกันหมด โดยยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณตามตำนานคติพราหมณ์คือ เทพเจ้าพฤหัสบดี เป็นอาจารย์ของพระอินทร์ และเทวดาองค์อื่นๆ อีกเป็นอันมาก ถือกันว่าพระพฤหัสบดีเป็นต้นตระกูลของครูผู้ให้กำเนิดวิชาการต่างๆ และด้วยเหตุนี้เองจึงใช้วันพฤหัสบดีเป็นวันทำพิธีไหว้ครูมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงทุกวันนี้
但是每一类的拜师节仪式都会在周四举行,从古代延续至今,根据婆罗门教的经典相传,木星神是因陀罗和其他许多天神的老师,认为木星神就是创造一切学识知识的老师,所以从古至今一直在周四这一天来举行拜师节的仪式。
ธรรมเนียมการไหว้ครูของไทยนั้นอาจเริ่มตั้งแต่ภิกษุสงฆ์มีศิษย์วัดซึ่งไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อใด เพราะ
泰国人的拜师节可能是从寺庙学校中的僧侣学生开始的,具体时间不详,因为:
1.คนไทยนับถือพระพุทธศาสนา (เป็นส่วนมาก) ภิกษุสงฆ์เป็นผู้สืบศาสนาสั่งสอนชาวไทยให้รู้ธรรมะรู้บุญรู้บาปปฏิบัติตนอยู่ในธรรมะของพระพุทธเจ้า ซึ่งคนไทยก็ได้น้อมนำเข้ามาเป็นหลักดำเนินชีวิตอย่างอยู่เย็นเป็นสุข คนไทยจึงกราบไหว้พระภิกษุสงฆ์ด้วยความเคารพ และวัดก็เป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน เป็นที่พึ่งของชาวบ้านมาก่อน
1.大部分泰国人信奉佛教,僧侣为普通民众带去知识教育,教导他们善良邪恶,根据佛祖的诫言行事,泰国人也把这些原则带到自己的生活中,所以泰国人非常敬重僧侣,寺庙也是村镇的中心,是民众们的依靠。
2. เมื่อพระภิกษุสงฆ์ได้เป็นครูสอนหนังสือแก่เด็ก (ชาย) ไทย เพราะเป็นผู้เรียนรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม รู้ภาษาบาลี ขอม ไทย พ่อแม่คนไทยฝากลูก (ชาย) เป็นศิษย์ของพระภิกษุสงฆ์ ให้ได้เรียนทั้งหนังสือ กิริยา มารยาท การประกอบอาชีพ ฯลฯ สอนให้กุลบุตรได้บวชเรียนตามประเพณี สงฆ์จึงทรงคุณแก่ชาวบ้านเป็นอเนกประการ ธรรมเนียมไหว้ครูจึงเป็นประเพณีที่คนไทยยึดมั่น จะประกอบงานอาชีพใดก็ต้องไหว้ครู ขึ้นครู ซึ่งเป็นการรำลึกพระคุณของผู้มีพระคุณแฝงอยู่ในตัวพิธีไหว้ครู (คือสอนให้มีกตัญญูกตเวทีประจำใจ)
2.当僧侣成为老师后,就教导男孩子学习,因为僧侣懂得世俗和宗教的学识,懂得巴利语、高棉语和泰语,泰国的父母就把儿子交给僧侣,让他们跟着僧侣学习知识、行为、礼貌和技术,按照习俗让孩子出家学习,僧侣对于民众来说有着巨大的恩德,所以拜师就成为了很多泰国人看重并坚持的,不管从事什么职业都需要拜师,这是拜师节仪式中暗含的纪念老师对自己的恩德(教导孩子们孝敬)。
การไหว้ครูของสถานศึกษานั้น แต่เดิมกระทำในตอนแรกเริ่มเข้าเรียนหนังสือวันแรก แต่การไหว้ครูเป็นแบบพิธีอย่างจริงจังนั้นคาดหมายว่า คงจะเริ่มเมื่อมีการตั้งโรงเรียนขึ้นแล้ว และสันนิษฐานว่า คงจะเริ่มเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงผนวชและเสด็จจำพรรษา ณ วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ สวดคำนมัสการ คุณานุคุณ ดังที่ทรงเล่าไว้ในหนังสือ “ประวัติอาจารย์” ดังนี้
学校中的拜师节刚开始是在学生第一天上学举办的,可能在学校最先出现的时候就有了,据推测第一次正式的拜师仪式是出现在丹龙·拉差努帕亲王在尼维塔玛帕万寺出家修行诵拜师经的时候,在《老师的历史》一书中有写到:
“…มีการอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงเรียนวัดนิเวศน์ฯ เมื่อปีข้าพเจ้าบวชแล้วจึงแพร่หลายไปถึงโรงเรียนทั้งปวง คือ ที่ให้นักเรียนสวดคำนมัสการคุณานุคุณ ข้าพเจ้าไปสังเกตเห็นว่า ในโรงเรียนยังขาดสอนคติธรรม แต่จะให้เทศน์ให้ เด็กฟังก็ไม่เข้าใจ เห็นว่าถ้าแต่งเป็นคำกลอนให้เด็กท่องสวดจะดีกว่า ข้าพเจ้าบอกความที่ปรารภไปยังพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ขอให้ท่านช่วยแต่งคํานมัสการส่งขึ้นไปให้”
“…有一件事在尼维塔玛帕万寺中发生,在我出家之后就在所有的学校中传播开来,就是让学生诵拜师经,我注意到,学校缺少品德教育,让学生去听讲经也听不明白,觉得如果写成诗歌的话去背诵更好,我就把这个想法告诉了帕亚西孙通沃汗,让他创作拜师经。”
การสวดนมัสการคุณานุคุณนั้น ต่อมาได้เป็นคําสวดเนื่องในพิธีไหว้ครูตามโรงเรียนต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน
诵读拜师经后来就成了各个学校在举办拜师节仪式时一直延续下来的习俗。
ตามหลักฐานของทางราชการพบว่า หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล อธิบดีกรมสามัญศึกษาในขณะนั้นได้มีหนังสือที่ 15943/2486 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2486 ถึงคณะกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดแจ้งเรื่องแบบพิธีไหว้ครู ความว่า ดังนี้
政府公务的记录中发现,当时的普通教育局局长Pin Malakul在1943年5月17日向各个府的委员会下发了15943/2486号关于拜师节仪式的文件,内容如下:
“เพื่อให้การกระทําพิธีไหว้ครูในโรงเรียนต่างๆ ได้เป็นไปในระเบียบเดียวกันจึงได้วางแบบพิธีไหว้ครู ดังได้ส่งมาพร้อมหนังสือนี้ ทั้งนี้ให้โรงเรียนถือปฏิบัติโดยอนุโลมสิ่งใดที่ไม่สามารถจะจัดได้ก็ให้ยกเว้นได้ และให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่ภาคต้น ปีการศึกษา 2486 เป็นต้นไป เฉพาะภาคต้นศกนี้ ให้จัดการประกอบพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2486 ในตอนเช้าทุกโรงเรียน”
“为了让各个学校的拜师节仪式能够统一,于是下发本文书,按照规定准备,如果哪种物品没有也可以省略,从1943年第一学期开始执行,至于1943年第一学期,在1943年5月28日周四早上举办拜师节仪式。”
สาระสําคัญตอนหนึ่งของแบบพิธีไหว้ครู มีข้อกําหนดประการหนึ่งว่า..
在举办拜师节仪式中有这样一段规定:
“1. พานดอกไม้ มีดอก ไม้ หญ้าแพรก คอกมะเขือ จัดให้สวยงามตามสมควร…”
“1.花朵托盘,要有花朵草木,铁线草和茄子花,摆放美观…”
หญ้าแพรกและดอกมะเขือเป็นวัตถุมงคล และเป็นปริศนาสอนใจดังนี้
铁线草和和茄子花是吉祥的物品,有如下的教诲含义,
หญ้าแพรก เป็นสัญลักษณ์แห่งการอดทน คือ ทนต่อแดด ทนต่อการเหยียบย่ำ เป็นบทเรียนสอนให้ศิษย์เอาอย่าง ให้มีความอดทนในการเรียน ให้อดทนต่อความยากลําบากไม่ท้อถอย
铁线草是坚韧的代表,忍受着阳光和践踏,可以让学生向其学习,在学习上也要忍耐,忍耐困难,不退缩。
นอกจากนั้น หญ้าแพรกยังหมายถึง ความงอกงามแตกกอแตกใบได้ง่าย มีลักษณะราบเรียบไปตามพื้นดิน เสมือนปัญญางอกงาม และมีจิตใจสุภาพอ่อนน้อม ครูอาจารย์จะดุด่าเฆี่ยนตี (แบบครูสมัยโบราณ) ก็อดทนได้ด้วยความเคารพ
除此之外,铁线草还有在简单条件下就生长茁壮的特点,生长范围大,就好像人们的聪明才智欣欣向荣,内心谦虚,老师打骂教导(古代的教育方式)也会因为尊敬老师而忍耐。
ดอกมะเขือ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพนอบน้อมและกตัญญูกตเวที อันเนื่องมาจากดอกมะเขือทุกดอกจะมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากดอกไม้ทั่วไปอยู่อย่างหนึ่ง คือ จะชูกลีบตอกลงเบื้องล่าง จะไม่ชูกลีบดอกขึ้นเบื้องบนเหมือนดอกไม้อื่น ๆ คล้ายกับจะบอกว่า ตัวข้านี้เกิดมาจากดินและจากปุ๋ยอันสกปรก แต่ตัวข้าไม่ลืมดิน ไม่ลืมปุ๋ย นับเป็นบทเรียนที่ศิษย์ควรถือเป็นแบบอย่าง ไม่ควรลืมอุปการคุณของครูอาจารย์ ควรเคารพนบนอบและกตัญญูกตเวทีต่อครูอาจารย์ตลอดไป
茄子花是谦逊和孝顺的象征,因为茄子花和其他花不同的特征是花朵是向下面的方向绽放的,不像其他花是向上的,就好像是在说,我是从肮脏的土壤和肥料中生长出来的,但是我不会忘记土地忘记肥料,就是每个学生应该学习的,不忘记教师的恩德,永远尊敬并且对教师孝顺。
สําหรับ “ดอกเข็ม” เป็นสัญลักษณ์แห่งการมีปัญญาแหลมคม เป็นความเชื่อถือแต่เดิมที่นิยมใช้กันทั่ว ๆ ไปนั้น ไม่ได้กําหนดไว้ในแบบพิธีไหว้ครู เนื่องจากในบางท้องที่หาดอกเข็มได้ยากมาก ดังนั้น เพื่อความสะดวกจึงสุดแท้แต่ท้องถิ่นนั้นๆ ถ้าหากมีจะใช้ดอกเข็มด้วยก็ได้
龙船花是聪明才智的象征,很早就被人们推崇,但是没有在拜师节仪式中规定使用,因为龙船花很难找到,所以,为了各个地方的便捷,如果有龙船花也可以使用。
大家见过泰国的拜师节吗?
声明:本文由沪江泰语编译整理,素材来自silpa-mag,未经允许不得转载。如有不妥,敬请指正。
