“冲动是魔鬼”,气大伤身是我们都知道的道理,可是在很多情况下我们真的是控制不住自己满腔的怒火!那么如何才能不让自己的怒火“伤身”呢?今天我们来看看泰国人保持栽嫣嫣的10个小秘诀,教大家如何在“伤身”之前就能很快熄灭自己的怒火。

จัดการกับความโกรธ นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ และส่งผลต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่นเป็นอย่างมาก 

如何处理愤怒对我们的身心健康都十分重要,同时也十分影响我们与他人的关系。

 

ความโกรธคืออะไร

ความโกรธคือการโต้ตอบตามธรรมชาติต่อภัยคุกคามต่างๆ ที่เรารับรู้ได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลีนออกมา ทำให้กล้ามเนื้อตึงตัว หัวใจเต้นเร็ว และมีความดันโลหิตพุ่งขึ้นสูง ความรู้สึกจะเกิดขึ้นรุนแรง ใบหน้าจะมีเลือดสูบฉีดจนเป็นสีแดง และความโกรธจะกลายเป็นปัญหา ถ้าหากเราไม่สามารถควบคุมมันเอาไว้ได้

愤怒是什么?

愤怒是我们面对一些情况自然的反应,会促使我们的身体分泌肾上腺素,让我们肌肉绷紧,心跳加速,血压上升,产生强烈的情绪,面部血管扩张,脸红,如果我们不能对愤怒进行有效地控制,它将会造成问题。

 

ความโกรธอาจไม่ใช่เรื่องแย่ก็ได้

ความรู้สึกโกรธอาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เพราะความโกรธอาจช่วยให้ใครๆ รับรู้ถึงความวิตกกังวลของคุณได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คนอื่นมาเหยียบย่ำคุณได้ นอกจากนี้ยังการกระตุ้นให้คุณทำอะไรในทางที่ดีด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณต้องจัดการกับความโกรธให้ถูกวิธี

愤怒有时并非坏事

愤怒也不总是坏事,因为愤怒可以让我们认识到自己担心紧张的感觉,可以帮助我们保护自己不让别人侵犯的禁区。除此之外,还可以刺激你做一些积极的事,重要的是你如何正确处理你的愤怒。

วิธีจัดการกับความโกรธ

เวลาที่มีความรู้โกรธเกิดขึ้นนั้น คุณก็ควรจัดการกับความโกรธนั้นด้วยวิธีดังต่อไปนี้

处理愤怒的方法

当你觉得生气的时候,你应该使用下列的方法去处理你的怒火:

1. คิดก่อนพูด

ในช่วงที่เรากำลังมีอารมณ์เดือดดาลอยู่นั้น เราอาจจะพูดจาอะไรที่ฟังดูรุนแรงออกไปได้ง่าย ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เราต้องมานั่งเสียใจทีหลังก็ได้ ฉะนั้นก็ใช้เวลารวบรวมความคิดซักแปล๊บนึง ก่อนจะพูดอะไรออกไป รวมทั้งให้คนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์มีโอกาสได้ทำแบบเดียวกับคุณด้วย

1. 先想后说

在情绪激动的时候,我们可能会轻易说出一些过激的言辞,这可能会让我们事后非常后悔。因此,在开口之前用一点点时间来整理用词,同时也要让对方和你做同样的事。

 

2. เมื่อรู้สึกสงบ ค่อยแสดงความโกรธ

ทันทีที่คุณคิดได้แล้ว ก็แสดงความขับข้องใจของคุณออกไปอย่างแน่วแน่ แต่ไม่ใช่ในแบบท้าตีท้าต่อย ระบุความกังวลและความต้องการของคุณออกไปให้ชัดเจนและตรงไปตรงมา โดยไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเจ็บ

2. 当平静下来之后再表达你的愤怒

当你可以思考清楚了之后,再坚决地表达出你的不满,但绝不是以挑衅的方式,清楚并且直接地表明你的担心和需求,不伤害到另一方。

 

3. ออกกำลังกายบ้าง

กิจกรรมที่ได้ใช้ร่างกายนั้นสามารถช่วยลดความเครียด ที่อาจก่อให้เกิดเป็นอารมณ์โกรธขึ้นมาได้ ฉะนั้นถ้าคุณรู้สึกว่าอารมณ์กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นล่ะก็ ออกไปเล่นเร็วๆ หรือวิ่งซะ หรือทำกิจกรรมอะไรที่ได้ใช้ร่างกาย และสร้างความเพลิดเพลินให้คุณได้

3. 适当锻炼身体

一些身体活动可以帮助我们缓解紧张的情绪,那样的情绪可能会让我们的愤怒随之而生,因此,如果你觉得你的紧张情绪正在爆发式增长的话,就快点出去玩一玩或者去跑起来,再或者去做些其他的身体活动,给自己增加一些乐趣。

 

4. ขอเวลาสงบอารมณ์

การขอเวลาสงบอารมณ์ไม่ได้ไว้ใช้กับเด็กที่ชอบอาละวาดเท่านั้นนะ ฉะนั้น ก็ขอเวลาพักใจซะในช่วงที่ดูเหมือนจะมีเรื่องเครียดๆ เกิดขึ้น การได้สงบอารมณ์คนเดียวเงียบๆ อาจช่วยให้คุณรู้สึกพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ทำให้เกิดความบาดหมางหรือความโกรธ

4. 给自己平静情绪的时间

给自己时间平静情绪可不只是用在喜欢大吵大闹的小孩子们身上哦。因此,在马上就要爆发之前,用一点时间平静自己的内心。平静情绪可以帮助我们做好心理准备去迎接接下来要发生的事情,同时还不会产生纠纷或者愤怒。

 

5. หาวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้

แทนที่จะมุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกโกรธ ก็คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาในเรื่องนั้นจะดีกว่า ห้องนอนรกๆ ของลูกน้อยทำให้คุณเป็นบ้าใช่มั้ย? ปิดประตูซะ คนรักมาดินเนอร์กับคุณช้าเป็นประจำเหรอ? ก็ขยับเวลาดินเนอร์ออกไปให้ช้าขึ้นอีกนิด หรือตกลงกันว่าต่างคนต่างกินในวันธรรมดา จงเตือนตัวเองเอาไว้เสมอว่า ความโกรธไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำให้อะไรๆ แย่ลง

5. 寻找可能的解决方法

和只顾着生气相比,我们最好还是去找找解决的方法。孩子乱糟糟的卧室是不是快要逼疯你了?干脆把门关上。出去吃饭的时候你的ta总是迟到吗?那就晚一点点出门,或者约定普通日子就各吃各的。要不停地提醒自己,愤怒不能让事情变好,只能让事情变坏。

6. ใช้คำว่า "ฉัน" ในการอธิบาย

หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์หรือการตำหนิ ซึ่งนั่นอาจทำให้สถานการณ์เต็มไปด้วยความรุนแรงมากขึ้น ใช้คำว่า "ฉัน" ในการชี้แจงให้เห็นถึงปัญหาดีกว่า โดยควรจะอยู่ในขอบเขตของความยำเกรงและมีรายละเอียด ยกตัวอย่างเช่น การพูดว่า "ฉันรู้สึกโกรธที่คุณลุกออกจากโต๊ะกินข้าว โดยไม่เสนอตัวที่จะช่วยฉันล้างถ้วยล้างชามเลย" แทนที่จะพูดว่า "คุณไม่เคยช่วยทำงานบ้านอะไรเลย"

6. 在解释中用“我”

避免批评或责备,这可能会让整个状况更为紧张,在指明问题的时候用“我”这个词会好些,一定要尊重,说话要详细。举个例子,比如应该说:“你饭后就从餐桌上站起来走掉我感到很生气,都不说帮我洗碗!”;而不是说:“你从来都不干家务!”

 

7. อย่าเก็บงำความโกรธเอาไว้

การให้อภัยคืออาวุธลับที่ทรงพลัง ถ้าคุณปล่อยให้ความโกรธหรือความรู้สึกทางด้านลบ มามีอนุภาพเหนือความรู้สึกทางด้านบวกล่ะก็ คุณอาจจะพบว่าคุณเองนั่นแหละที่ต้องนั่งระทมทุกข์อยู่กับความขมขื่น หรือความรู้สึกไม่ยุติธรรม แต่ถ้าคุณให้อภัยคนที่ทำให้คุณรู้สึกโกรธได้ คุณทั้งคู่ก็อาจจะได้บทเรียน และช่วยให้ความสัมพันธ์กระชับแน่นกันมากขึ้น

7. 千万不要压抑你的怒火

原谅是很有力量的秘密武器,如果我们放任愤怒或其他负面情绪超过正面情绪的话,你可能会发现你的心里会充斥着不快乐、不公平的感觉。但是如果你原谅让你生气的人,你们就可能会学到经验,同时也会让你与他人的关系更加密切。

 

8. ใช้อารมณ์ขันสลายความเครียด

ความร่าเริงอาจช่วยลดความตึงเครียดลงได้ ใช้อารมณ์ขันในการช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกโกรธได้ และอย่าได้คาดหวังให้อะไรๆ คลี่คลายแบบไม่มีทางเกิดขึ้นได้จริง นอกจากนี้ก็หลีกเลี่ยงการใช้คำเสียดสี ซึ่งจะทำร้ายความรู้สึก และทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเข้าไปกันใหญ่

8. 利用开心来对抗愤怒

娱乐可能会降低我们紧张的情绪,利用开心的情绪可以帮助我们去面对那些让我们愤怒的事。不要对不可能发生的事情期望太多。除此之外还要避免使用讽刺的语言,这肯定会伤害感情,只会让情形更加急转直下。

 

9. ฝึกทักษะการผ่อนคลาย

เมื่อความรู้สึกโกรธผุดขึ้นมา ก็ใช้ทักษะการทำให้รู้สึกผ่อนคลายยับยั้งเอาไว้ซะ โดยฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ หรือจินตการถึงฉากหลังที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือท่องคำหรือวลีที่ชวนให้รู้สึกสงบซ้ำไปซ้ำมา เช่นท่องวลีทีว่า "ใจเย็นๆ เอาไว้" นอกจากนี้ก็อาจใช้วิธีฟังเพลง เขียนบันทึก หรือเล่นโยคะซักสองสามท่า หรือทำอะไรก็ได้ที่ช่วยให้คุณรู้สึกสงบเยือกเย็นลงได้

9. 练习放松的技巧

当愤怒有苗头的时候,就尝试一些方法来让自己放松下来。可以通过深呼吸、想象情绪放松了的画面,或者反复念念能让你平静下来的话语,比如默念下“淡定,淡定”。除此之外,还可以听歌、写东西或者做两三个瑜伽动作,又或者做任何能让你冷静下来的事情。

 

10. รู้ว่าเมื่อไรที่ต้องขอความช่วยเหลือ

การเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์โกรธนั้นเป็นเรื่องท้าทาย แต่ถ้าความรู้สึกโกรธนั้นเกินจะควบคุมไหว คุณก็ต้องร้องขอความช่วยเหลือแล้วล่ะ เนื่องจากความโกรธที่เกินจะควบคุมนั้น อาจก่อให้คุณทำอะไรที่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง หรือทำอะไรให้คนรอบข้างต้องชอกช้ำระกำใจได้

10. 明白什么时候必须要求助

学习控制愤怒是一件很有挑战性的事情,但如果愤怒已经超出了我们能控制的范围,我们就必须去求助啦,这是因为无法控制的愤怒很可能让我们事后很后悔或者做出一些让我们周围的人伤心的事。

 

声明本双语文章的中文翻译系沪江泰语原创内容转载请注明出处。中文翻译仅代表译者个人观点仅供参考。如有不妥之处欢迎指正。